บทที่ 6 สายที่ยังไม่วาง

“ถอยจากประตูก่อนครับ”

ภูเมืองบอกทันทีที่ลงจากรถ

ดาบชัชยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ ห่างจากอาคารไม่กี่ก้าว

“เสียงดังเป็นช่วง ๆ ครับ เรียกแล้วไม่มีคนตอบ”

ภูเมืองเปิดภาพจากบัญชีปริศนาให้ดู ดาบชัชมองประตูแล้วมองจอ

“มุมถ่ายอยู่ตรงที่ผมยืนเมื่อกี้เลย”

“มีใครอยู่แถวนี้ก่อนเรามาไหม”

“คนดูแลอ่างกับเจ้าหน้าที่สองคนครับ ผมจดชื่อไว้แล้ว”

จ่าเนศเดินอ้อมไปด้านข้าง เว้นระยะจากหน้าต่างซึ่งมีแผ่นไม้ตีปิด เขาเรียกอยู่สองครั้งแล้วหันกลับมา

“ได้กลิ่นอะไรไหมครับ”

ภูเมืองหยุดฟัง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง จากที่ไหนสักแห่งหลังบานไม้

เขาสั่งประสานหน่วยกู้ชีพไว้ แล้วตะโกนแจ้งว่าจะเปิดประตู

ไม่มีคำตอบ

“ถ้ามีคนอยู่ข้างใน ถอยจากประตูนะครับ”

ดาบชัชบันทึกภาพขณะเจ้าหน้าที่เปิดโซ่ซึ่งเพียงพันไว้หลวม ๆ ภูเมืองดันบานไม้ มันติดบางอย่างบนพื้น

เขาก้มส่องไฟผ่านช่อง

รองเท้าแตะหนึ่งคู่วางอยู่หลังประตู

และมีเท้าคนอยู่ถัดเข้าไป

ชายคนนั้นยังหายใจ

เขานอนตะแคงข้างชั้นเหล็ก ข้อมือถูกรัดติดกันด้านหน้า ริมฝีปากแห้ง มีรอยเลือดตรงขมับ

ภูเมืองคุกเข่าในพื้นที่ที่จำเป็นต้องเข้า แจ้งตำแหน่งให้ทีมกู้ชีพที่กำลังตามมา จ่าเนศช่วยเปิดทางโดยไม่ย้ายสิ่งอื่น

โทรศัพท์วางอยู่บนเก้าอี้พลาสติกห่างจากชายคนนั้นเกินเอื้อม

หน้าจอสว่าง มีสายเข้า

“อย่าเพิ่งรับ” ภูเมืองบอกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ “เก็บภาพไว้ก่อน”

เขาหันกลับไปหาคนเจ็บ

“ได้ยินผมไหมครับ ตำรวจนะครับ”

เปลือกตาขยับ ชายคนนั้นพยายามยกมือแล้วสะดุ้ง

“ไม่ต้องขยับครับ รถพยาบาลกำลังมา”

จ่าเนศพูดอยู่ข้างกัน น้ำเสียงเรียบกว่าทุกครั้ง

“ตรงนี้มีคนอยู่กับพี่แล้วครับ”

ชายคนนั้นมองผ่านเขาไปยังประตู ปากขยับโดยไม่มีเสียง

ภูเมืองโน้มลงเล็กน้อย

“อะไรนะครับ”

“อย่า…ให้กลับมา”

เขาไม่ถามว่าใคร พนักงานกู้ชีพเข้ามาถึงพอดี

หลังส่งคนเจ็บออกไป อาคารถูกกันพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

ภูเมืองยืนข้างรถ เขียนสิ่งที่ชายคนนั้นพูดลงสมุดพร้อมเวลา

มือขวาเขามีฝุ่นติดตรงข้อนิ้ว

จ่าเนศส่งขวดน้ำมาให้

“ล้างก่อนครับ เดี๋ยวเผลอขยี้ตา”

ภูเมืองเปิดฝา น้ำไหลผ่านหลังมือจนเย็น

“ข้อความตั้งใจให้เรามาเจอเขา”

“หรืออยากให้เราคิดแบบนั้นครับ”

เขาเงยหน้า จ่าเนศมองไปยังอาคาร

“โทรศัพท์อยู่ไกลมือ เขารับเองไม่ได้ ถ้าคนโทรอยากคุยกับเขาจริง ทำไมไม่วางใกล้ ๆ”

ภูเมืองปิดฝาขวดช้า ๆ

“คนวางอาจอยากให้เราได้ยิน”

เขาเปิดโทรศัพท์ของตัวเอง ข้อความปริศนายังอยู่ ไม่มีอะไรส่งตามมา

คราวนี้เขาถ่ายบันทึกหน้าจอและแจ้งพนักงานสอบสวนทันที

นวลละออกำลังเขียนบันทึกเพิ่มเติมตอนธีรินเดินเข้ามา

“เจอคนบาดเจ็บใกล้จุดพบศพค่ะ พนักงานสอบสวนประสานไว้ เผื่อต้องตรวจบาดแผลหลังรักษาเบื้องต้น”

เธอเงยหน้าจากกระดาษ

“ผู้ชายหรือผู้หญิง”

“ผู้ชายค่ะ ยังไม่ทราบรายละเอียด”

เธอวางปากกาแล้วไปพบหมอธวัช เขารับเรื่องและจัดคนไว้ แต่ย้ำให้รอทีมรักษาประเมินก่อน

“นวลพักได้ก็พัก ไม่ต้องนั่งรอทุกเรื่อง”

“ค่ะอาจารย์”

เธอรับคำแต่ยังไม่ลุก หมอธวัชจึงเลื่อนกล่องขนมบนโต๊ะมาให้

“เอาไปกินข้างนอก”

พอออกจากห้อง เธอพบภูเมืองตรงทางเดิน เสื้อเขามีรอยฝุ่นที่หัวเข่า

“คนเจ็บเป็นอย่างไรบ้างคะ”

“หมอกำลังดูครับ ผมรอคุยกับทีมรักษา”

เขาขยับหลบรถเข็นผู้ป่วย เธอจึงชี้ไปยังม้านั่งข้างหน้าต่าง

ทั้งคู่นั่งลงโดยมีที่ว่างคั่นกลาง

“วันนี้สารวัตรได้นอนหรือยัง”

“ยังครับ”

“จะขับรถกลับเองไหม”

“จ่าเนศขับครับ ผมถูกยึดกุญแจแล้ว”

เธอพยักหน้าเหมือนเห็นชอบเต็มที่ เขาเหลือบมองกล่องในมือเธอ

“หมอธวัชให้มาหรือครับ”

“ค่ะ ให้เอาออกมากินข้างนอกด้วย”

ภูเมืองยิ้ม เธอเปิดฝากล่องแล้วเลื่อนไปตรงกลาง

เขาหยิบชิ้นหนึ่ง ทั้งคู่กินเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนเขาจะเล่าเรื่องข้อความใหม่

เมื่อได้ยินคำว่าเปิดประตู มือเธอหยุดเหนือกล่อง

“เขาส่งว่าอะไรนะคะ”

ภูเมืองทวนประโยคให้ฟัง

นวลละออวางขนมกลับ เธอดึงกระดาษรายชื่อที่ธีรินให้ไว้จากกระเป๋า แล้วดูเวลาที่เขาจด

“มีอะไรหรือครับ”

เธอเกือบตอบว่าไม่มี

แต่เมื่อมองรอยฝุ่นบนกางเกงเขา คำตอบนั้นกลับพูดไม่ออก

“เมื่อคืนก่อน ฉันได้ยินผู้หญิงเรียกจากห้องเก็บอุปกรณ์ค่ะ”

ภูเมืองวางกล่องลงบนม้านั่ง

“ได้ยินว่าอย่างไร”

“เรียกชื่อฉัน แล้วขอให้เปิดประตู”

เขาไม่ได้ยิ้ม และไม่ได้มองไปทางอื่น

“เปิดแล้วเจอใครไหมครับ”

“ไม่เจอค่ะ”

เธอรอคำถามถัดไป แต่เขาเพียงขอดูกระดาษในมือ

“ฉันยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรนะคะ อาจมีคนพูดอยู่ใกล้ ๆ หรือฉันได้ยินผิด”

“ครับ เราค่อยตรวจ”

คำว่าเราทำให้เธอเงียบไป

จ่าเนศเดินมาจากห้องฉุกเฉินก่อนทั้งคู่จะคุยต่อ

“ทราบชื่อคนเจ็บแล้วครับ ชื่อวิเชียร ทำงานซ่อมบำรุงให้อ่างเก็บน้ำ”

“คุยได้หรือยัง”

“ยังต้องพักครับ แต่พยาบาลฝากประโยคที่เขาพูดตอนถามชื่อญาติมาให้”

จ่าเนศก้มอ่านจากสมุด

“เขาบอกว่าไม่ต้องโทรหาอร โทรไปก็ไม่มีใครรับ”

ภูเมืองลุกขึ้น

“เขารู้ว่าเธอตายแล้วหรือ”

“ยังไม่ได้บอกครับ”

ปลายทางเดินมีเสียงโทรศัพท์ดังจากกระเป๋าจ่าเนศ เขารับฟังอยู่ครู่หนึ่งก่อนเงยหน้ามองสารวัตร

“เจ้าหน้าที่ตรวจโทรศัพท์ในอาคารแจ้งมาครับ”

“ว่าไง”

“ชื่อบนสายที่โทรเข้าตอนเราเปิดประตู…บันทึกไว้ว่าอรเหมือนกันครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป